การบำบัดด้วยคลื่นชีวภาพ
(Bioresonance Therapy : BRT)
แนวคิดและความปลอดภัย
การบำบัดด้วยคลื่นชีวภาพ เป็นการรักษาแบบ ไม่รุกล้ำ อ่อนโยน และปลอดภัย เหมาะสำหรับ ทารก เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีร่างกายไวต่อการรักษา เนื่องจาก BRT ใช้หลักของ ชีวฟิสิกส์ (Biophysics) หรือ “ฟิสิกส์ของร่างกาย” ไม่ใช่ชีวเคมี จึง ไม่รบกวนการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ที่ผู้ป่วยกำลังได้รับจากแพทย์
- อาการข้างเคียงจากยาลดลง
- ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
- ผลการรักษาโดยรวมดีขึ้น
บางรายอาจสามารถ ลดการใช้ยา หรือสมุนไพรบางชนิดได้ ภายใต้การดูแลที่เหมาะสม
ประโยชน์และขอบเขตการดูแล
เกือบทุกภาวะสุขภาพสามารถได้รับประโยชน์จาก Bioresonance Therapy โดยจุดเด่นของการบำบัดนี้คือ การดูแลที่สาเหตุ ของโรคเรื้อรังและโรคเสื่อม ไม่ใช่เพียงการบรรเทาอาการภายนอก
- ไม่ต้องผ่าตัด
- ไม่เจ็บ
- ปลอดภัย
- ใช้ได้กับทุกช่วงวัย
ผลของการบำบัดสามารถสังเกตได้ในหลายระดับ ได้แก่
หลักการทำงานพื้นฐาน
ทฤษฎีพื้นฐานของ Bioresonance Therapy เชื่อว่า สรรพสิ่งทุกอย่างมีความถี่เฉพาะตัว และทุกเซลล์ในร่างกายจะสั่นสะเทือนในความถี่ที่แตกต่างกัน คล้ายกับ ส้อมเสียง (Tuning Fork) ที่สั่นในช่วงความถี่เสียงเฉพาะ เมื่อเซลล์จำนวนมากรวมกันเป็นอวัยวะหรือระบบอวัยวะ จะก่อให้เกิด สนามแม่เหล็กไฟฟ้า ที่มีรูปแบบความถี่เฉพาะตัว ในภาวะร่างกายปกติ คลื่นต่าง ๆ ในร่างกายจะทำงานอย่างสอดประสานกัน แต่เมื่อเกิดความผิดปกติหรือโรค จะพบ ความไม่สมดุลของคลื่นเหล่านี้
- จังหวะการทำงานของร่างกายที่รวน
- ความเครียดเรื้อรัง
- การทำงานของระบบประสาทส่วนกลางที่ผิดสมดุล
- การสื่อสารระหว่างระบบหลักและระบบย่อยเปลี่ยนแปลงไป
ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถนำไปสู่การเกิดโรคได้
การฟื้นฟูสมดุลและการควบคุมตนเองของร่างกาย
Bioresonance Therapy ช่วยให้ร่างกายลดภาระจากสารพิษ ลดความเครียดสะสม และช่วยฟื้นฟูความสามารถในการ ควบคุมและซ่อมแซมตัวเอง (Self-Regulation) ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการเยียวยา การบำบัดนี้เป็นที่รู้จักอย่างมากในการดูแล ปัจจัยความเครียดจากสิ่งแวดล้อม ที่อาจเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพ
- ปวดเมื่อยตามร่างกาย
- อ่อนเพลียเรื้อรัง
- ระบบย่อยอาหารแปรปรวน
- ท้องผูก
- ปัญหาผิวพรรณ
- หรือรู้สึกไม่สบายตัว เหมือนสุขภาพไม่สมบูรณ์
Bioresonance Therapy ทำงานอย่างไร?
การค้นพบในสาขา ฟิสิกส์ควอนตัม แสดงให้เห็นว่า อนุภาคของสสารทุกชนิดมีคุณสมบัติทั้งเป็น คลื่นและอนุภาคในเวลาเดียวกัน นั่นหมายความว่า ทุกสิ่ง—รวมไปถึงเซลล์ในร่างกาย ไวรัส แบคทีเรีย ละอองเกสร สารพิษ ฯลฯ— ล้วน ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา
- ความยาวคลื่น
- ความถี่
ที่แตกต่างกันและมีเอกลักษณ์เฉพาะ เรียกว่า รูปแบบความถี่ (Frequency Pattern)
งานวิจัยเกี่ยวกับ ไบโอโฟตอน (Biophoton) เสนอว่า เซลล์ในร่างกายสื่อสารกันผ่าน การปล่อยแสงเล็ก ๆ (โฟตอน) ในความถี่ที่สอดคล้องกัน นักวิจัยด้านชีวฟิสิกส์เชื่อว่า ระดับชีวฟิสิกส์ของร่างกายเป็นตัวควบคุมระดับชีวเคมี และส่งผลต่อโครงสร้างของอวัยวะต่าง ๆ แนวคิดที่ซับซ้อนเหล่านี้ถูกอธิบายอย่างเข้าใจง่าย โดยนักข่าวการแพทย์ชาวอังกฤษ Lynne McTaggart ในหนังสือ The Field ซึ่งมีบทสัมภาษณ์นักวิทยาศาสตร์ชีวฟิสิกส์หลายท่าน
กระบวนการบำบัดด้วย Bioresonance
- ร่างกายของผู้ป่วย (ในโหมด biofeedback)
- สารหรือปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเครียดต่อร่างกาย
- อิเล็กโทรดที่สัมผัสผิวหนัง
- หรืออิเล็กโทรดแม่เหล็ก ซึ่งสามารถรับสัญญาณจากภายในร่างกาย
- หรือแม้กระทั่งผ่านเสื้อผ้าบาง ๆ
- แยกคลื่นที่ สมดุล (สุขภาพดี)
- ออกจากคลื่นที่ ไม่สมดุล (ก่อปัญหา)
- คลื่นที่ดีจะถูกเสริมความแรงและส่งกลับเข้าสู่ร่างกาย
- ส่วนคลื่นที่ไม่ดีจะถูก กลับเฟส (Inverted) ผ่านวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อช่วยลดผลกระทบเชิงลบต่อระบบพลังงานของร่างกาย